DVR
เริ่มต้นจากเครื่อง บันทึกภาพ (DVR) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบันทึกภาพจากกล้องลงสู่ Harddisk สำหรับเวลาที่ท่านต้องการดูภาพย้อนหลัง และยังเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับส่งข้อมูลภาพสำหรับการดูกล้องผ่าน Internet ด้วยอีกเช่นกัน มีตั้งแต่ 4 Channels (1 Channel รองรับกล้องได้ 1 ตัว), 8 Channels, 16 Channels, 32 Channels แล้วแต่ความต้องการของท่านในการเลือกว่าต้องการใช้กล้องทั้งหมดกี่จุด ต้องการฟังชันเสริมต่างๆ เพิ่มเติมหรือไม่ เช่นต้องการให้ DVR ส่ง Push Video หรือไม่ ต้องการบันทึกแบบคมชัดหรือไม่ ต้องการให้มีฟังชั่นดูย้อนหลังผ่าน Smart Phone ด้วยหรือเปล่า ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ถ้าท่านมีข้อสงสัยแนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายเพื่อให้ได้ข้อมูลมาก ที่สุดถึงตัวเครื่องบันทึกที่ตอบโจทย์การใช้งานของท่านอย่างลงตัวที่สุด ทั้งฟังชั่นต่างๆ และราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณของท่าน
Analog Camera
ต่อมาก็คือ พระเอกของเรา กล้องสำหรับบันทึกภาพนั่นเองครับ มีมากมายหลายชนิด ทั้งแบบกลางวัน (Day), กลางวันและกลางคืน (Day/Night) ความชัดก็มีให้เลือกมากมายเช่นกัน ตั่งแต่ 420, 500, 520, 600, 700 TV Lines ตามลำดับ ต่อมาก็ฟพังชั่น Infrared (IR) มีให้เลือกระยะการเห็นเวลากลางคืนอีกเช่นกัน ตั้งแต่ 10, 15, 20, 25, 30, 40, 50 เมตร (ตามรุ่นของกล้องอีกเช่นกัน) หรือจะเป็นกล้อง IP Camera ที่ให้ความละเอียดของภาพระดับ Full HD 1080p แบบชัดมากๆ ไปเลยก็ได้ครับ แนะนำว่าให้เลือกตามการใช้งานครับ ไม่จำเป็นต้องติดกล้อง 16 ตัวแล้วต้องเป็นกล้องรุ่นเดียวกันทั้งหมด (จะได้ประหยัดงบประมาณครับ) เราจะได้กล้องที่เหมาะและจำเป็นต่อการใช้งานของเรามากที่สุด ที่สำคัญสบายกระเป๋าด้วยครับ
สาย
นำสัญญาณกล้องวงจรปิด สาย นำสัญญาณเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งเลยทีเดียวเพระาทำหน้าที่นำสัญญาณภาพ จากกล้องมายังเครื่องบันทึก มีมากมายหลายคุณภาพและราคา (บางยี่ห้อตกเมตรละ 4-5 บาทเท่านั้นเอง) ถ้าถามว่าแล้วมันต่างกันตรงไหนระหว่างสายแพงกับสายถูก แน่นอนครับหากใช้สายที่มีคุณภาพ จะทำให้ภาพคมชัดและไม่มีสัญญาณรบกวน ตัวนำสัญญาณที่เป็นแกนกลางที่อยู่ด้าน ในสุดที่เป็นทองแดงเคลือบแข็งด้วยน้ำยานั้น ถ้าเป็นสายที่ราคาถูกเขาจะไม่ใช่สายทองแดงแท้เคลือบ หรือถ้ามีก็มีส่วนผสมของทองแดงน้อยมาก (ไม่ถึง 5%) และเมื่อนำสายสัญญาณที่มีราคาถูกมาติดตั้งในระบบนั้นก็จะมีอายุการใช้งาน สั้น แต่ถ้าเราใช้สายดีมีมาตรฐานก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีกนานและภาพ ที่ถ่ายทอดออกมาก็จะชัดเจนขึ้นไปด้วยครับ |
เมื่อท่าน
เลือกสายได้แล้วต่อมาก็คือการคำนวนระยะทางของสายครับ ง่ายๆครับ
ให้ท่านวางแผนว่าจะวางเครื่องบันทึก (DVR) ไว้ยังตำแหน่งไหน..ห้องใด..?
เสร็จแล้วให้วัดระยะทางจากเครื่องบันทึกไปยังกล้องจุดต่างๆ ที่เราวางแผนไว้
(เวลาวัดให้ท่านวัดตามตำแหน่งที่สายจะติดจริงนะครับเช่นสายเรียบกำแพง
ผ่านเสา ผ่านคาน ห้ามวัดจากเครื่องบันทึกไปยังกล้องตรงๆ
นะครับจะได้ความยาวของสายที่ผิดครับ) กล้อง 1 ตัว = ความยาวของสาย 1 เส้น ถ้าใช้กล้อง 4 ตัว ก็วัดทั้งหมด 4 เส้น แค่นี้ก็จะได้ระยะสายที่จะใช้ติดตั้งจริงแล้วครับ สายไฟฟ้า เป็นสายสำหรับ จ่ายไฟไปเลี้ยงกล้องวงจรปิดของเรานั่นเองครับ หรือสายไฟธรรมดาที่ใช้ตามบ้านเรานั่นเองครับ แต่จะแตกต่างกับสาย RG6 ในเรื่องระยะของการสายนั่นเองครับ กล่าวคือการเดินสายไฟแบบนี้สามารถพ่วงกันได้ทำให้เราประหยัดการใช้จำนวนสาย ได้มากกว่า ยกตัวอย่างเช่นเราใช้สาย RG6 ทั้งหมด 100 เมตรแต่เราอาจจะต้องใช้สาย VFF เพียงแค่ 60 เมตรเท่านั้นเพราะสาย RG6 จำเป็นต้องเดินจากกล้องไปสู่เครื่องบันทึกแยกเส้นต่อเส้น แต่สาย VFF เราสามารถเดินพ่วงสายไฟไปเส้นเดียวแล้วไปแยกตรงกล้องแต่ละตัวได้ ทำให้ประหยัดค่าสายได้มากเลยล่ะครับ ใช้เท่าไรท่านก็สามารถคำนวนได้แล้วละครับว่าต้องใช้สาย VFF เท่าไร หัว Connector หัวสำหรับต่อ สายเข้ากับเครื่องบันทึก (DVR) กับกล้องวงจรปิด (Camera CCTV) นับจำนวนได้เลยครับว่าใช้ทั้งหมดกี่สาย (จำนวนกล้อง) ใช้ทั้งหมดเส้นละ 2 ชุด ยกตัวอย่างเช่น ชุดกล้องวงจรปิด 8 ตัว เท่ากับเราต้องใช้หัวทั้งหมด 16 หัวครับ
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น